คนที่รักและดูแลเราไปตลอดชีวิต

คนที่รักและดูแลเราไปตลอดชีวิต

คนที่รักและดูแลเราไปตลอดชีวิต

เคยไหมยามเรานั่งในที่เงียบๆ คนเดียว มักจะคิดถึงใคร การที่เรามีเวลาอยู่กับตัวเองในสถานที่เงียบๆ มันทำให้เราได้มีเวลาคิดสิ่งต่างๆ มากมาย อาการแบบนี้มักเกิดกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ หลายคนที่ทำงานกลับมาห้องพักในเมืองใหญ่ที่มีแต่ความวุ่นวาย แต่พอมาในห้องเรากับรู้สึกเงียบเหงาจนน่ากลัว พาให้คิดถึงพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ที่เราได้เคยพูดคุยล้อเล่น หรือบ้างคนคิดถึงแฟน คิดถึงลูก คิดไปสักพักน้ำตามันไหลออกมาเป็นสายเพียงแค่เราคิดถึงคนๆนั้น

สิ่งที่หลายคนเคยตั้งคำถามไว้ คนที่รักและดูแลเราไปตลอดชีวิต หลายคนมักจะให้ทิศทางไปในเรื่องของแฟนคู่รัก นั้นเอง ที่ส่วนใหญ่มักจะทำให้เราวุ่นวายใจ ทำไมนะหรอ บางคนเป็นแฟนกันก็รอวันที่เมื่อไหร่จะแต่งงานกันซะที ฝ่ายหญิงรอฝ่ายชายสู่ขอ ส่วนฝ่ายชายรอสร้างฐานะความมั่นคง ดูเหมือนจะเป็นคู่ขนานจนบางครั้งเมื่อนานไปจนทำให้ต้องเลิกลา หรือบางคู่ที่แต่งงานกันจนมีลูกแล้วยังไม่หมดห่วงความคิดดูเหมือนความรักจะเฉยชาเยือกเย็นต่อกัน วันๆ เจอหน้ากันไม่พูดกันสักคำ ยิ่งในสมัยนี้เป็นสังคมก้มหน้าด้วยแล้ว พออยู่ด้วยกันก็ต่างคนอยู่กับโลกส่วนตัว ยิ้มให้กับ facebook หรือ line หรือไม่ก็เล่นเกมส์ และอีกกิจกรรมต่างๆ มากมายที่เทคโนโลยีได้กักขังความสัมพันธ์ระหว่างเราให้น้อยลง แล้วเราจะอยู่แบบนี้ต่อไปทั้งชีวิตหรือ !!! บางคู่โชคดีได้พบคู่แท้ห่วงใยกัน มีทุกข์ช่วยบรรเทาหรือสร้างความสุข ชีวิตแบบนี้มักพบเห็นได้บ่อยในต่างจังหวัดมากกว่าสังคมเมือง

บางคนมักเคยได้ยินว่า พ่อแม่หรือผู้ที่ดูแลเรามาจนเติบใหญ่ คือ คนที่รักและดูแลเราไปตลอดชีวิต จนกว่าเขาจะสิ้นลม ดูเหมือนสิ่งนี้ใครหลายคนคงจะมีความผูกพันหรือบางคนอาจจะเคยชินไป หากเราลองคิดทบทวนคำพูด เช่น กินข้าวหรือยัง อย่านอนดึกนะ ขับรถระวังๆ อย่ากลับดึกนะ อยู่ที่ไหน กินยายัง มีเงินใช้พอไหม นึกแล้วก็คงน้ำตาไหล คำพูดที่แสนธรรมดาแต่ฟังแล้วรู้เลยว่าเขาห่วงเรา แล้วเราหละทำอะไรอยู่เคยถามตัวเองบ้างไหม มุมหน้าทำแต่งานเพื่อความก้าวหน้า ทุ่มเทเพื่อบริษัทและองค์กร จนไม่มีเวลาให้ผู้มีพระคุณ เคยคิดไหมว่าถ้าองค์กรไม่มีเราแล้วเขาจะอยู่ได้ไหม องค์กรนั้นหากไม่มีเราเขาก็หาคนใหม่มาแทน แต่พ่อแม่ผู้มีพระคุณไม่มีเราแล้วใครจะแทน ???

หลายคนฝากความหวังไว้กับลูกหลาน ซึ่งคงบอกไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ลูกหลานจะรักเรามากกว่าคู่ชีวิตเขาไหม แต่รู้ไว้แค่เพียงตอนนี้เรารักเขาและจะดูแลเขาจนเติบโต หวังว่ายามชราแก่เฒ่าจะมีลูกหลานมาค่อยดูแลป้อนข้าวเช็ดตัวให้ตอนใกล้สิ้นลมหายใจ

การมีเวลาเงียบๆ นั้นทำให้เราใช้สติไตร่ตรองถึงคนที่รักเราด้วยความจริงใจ คนที่ห่วงใยเรา และดูแลเราไปเมื่อยามผิดเป็นผู้ค่อยตักเตือน ยากทุกข์คอยช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งพาทางกายและใจ แล้วเราหละให้อะไรตอบแทนเขาเหล่านั้นแล้วหรือยัง เต็มทีกับผู้มีพระคุณมากพอยัง หวงเวลามักเดินไปข้างหน้าแล้วพลังชีวิตลดลง อย่ามั่วรอช้า รีบคิดและตัดสินใจและใส่ใจกับ คนที่รักและดูแลเราไปตลอดชีวิต ให้มีความสุข

Releated Post